เรื่องเล่า"ริมหน้าต่าง" ที่คนอายุ 22 ปีไม่เคยเห็น
รถเมล์ที่วิ่งเข้าตัวอำเภอนางรองจังหวัดบุรีรัมย์ ปกติทุกวันก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่
แต่วันนี้มีเหตุการณ์ที่หลายคนบนรถ ต้องเก็บสิ่งนี้เป็นความทรงจำหนึ่งของชีวิต
เรามาลองติดตามไปพร้อมกันนะครับ
ขณะที่รถเมล์สายหนึ่งที่ชาวบ้านคุ้นเคยกำลังวิ่งจากตัวจังหวัดไปยังอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์
ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ยามนี้สองฟากข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาอันเขียวขจี
ต้นตาลเอนลู่ล้อลม ลมพัดเย็นๆ แต่ในความสงบนี้มักมีเหตุการณ์บางอย่างซ่อนอยู่เสมอ
ในขณะนั้นเอง บนรถเมล์สายเดิมบนที่นั่งเบาะกลางคันรถ
มีสองพ่อลูกคู่หนึ่ง กำลังคุยเรื่องอะไรกันเสียงดังพอที่จะทำให้คนอื่นสงสัยปนรำคาญ
เมื่อมองไปก็เห็นคนที่ชวนคุย น่าจะเป็นฝั่งลูกชายมากกว่า
เขาเป็นชายหนุ่มอายุราว 20 ต้น ๆ แต่ช่างซัก ช่างถาม ช่างสงสัย ราวเด็ก 5 ขวบ
ลูกชาย : “พ่อนั้น นาใช่ไหมครับ สีมันเขียวดีจริง ๆ โห มันกว้างใหญ่ขนาดนี้เลยหรือครับ”
ลูกชาย : “พ่อครับ นั้นเค้าเรียก รถไถนา ใช่ไหมครับ คันมันดูแปลกๆ ดีนะครับ”
ลูกชาย : “พ่อครับ นั้นเค้าเรียก ต้นตาล ใช่ไหมครับ มันสูงมากเลยจริง ๆ”
ต่อจากนั้น เสียงพูดคุยจากลูกชายออกมาอย่างไม่ขาดสาย จ้อเก่งราวเด็ก 5 ขวบ
ที่เหมือนทุกอย่างดูแปลกตาไปหมด
![]() |
| ภาพจากกระทู้พันทิป พาชมวิถีชีวิตพื้นบ้าน “ลูกตาลโตนด” โดย iTum.bot |
เมื่อเป็นอย่างนั้น มีคนผู้โดยสารคนหนึ่ง เข้ามาทักและก็พูดว่า
ผู้โดยสาร : “นี้ลูกคุณเป็นอะไรหรือเปล่า ถ้ามีเวลาพาเค้าไปหาหมอบ้างนะ คุยไม่หยุดเลย”
พ่อ : “ขอโทษครับ ลูกชายผม เค้าเพิ่งไปหาหมอมาครับ”
หลังจากคำขอโทษไม่นาน เมื่อรถวิ่งมาถึงตัวอำเภอ ลูกชายก็มองออกไปนอกหน้าต่างแล้ว ยิ้ม หัวเราะ รู้สึกสนุก และถามในสิ่งที่คนทั่วไปรู้กันอยู่แล้ว
ลูกชาย : “พ่อ นั่นมันร้านเซเว่น ใช่ไหมพ่อ”
“พ่อ นั่นมันร้านข้าวที่พ่อมาผมมากินบ่อย ๆ”
“พ่อ นั่นป้าที่ขายของอยู่ ที่เรารู้จักใช่มั้ย”
คนในรถเริ่มจะสงสัยว่าน้องคนนี้แปลกๆ ทำไมโตขนาดนี้แล้ว ไม่รู้จักว่าอะไรเป็นอะไรหรือ
ป้าคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังเบาะเริ่มรำคาญได้พูดกลับไปว่า
ป้า : “นี่คุณ พาลูกไปโรงพยาบาลบ้างนะ”
พ่อนิ่งไปสักพัก
ยิ้มและตอบออกมาอย่างจริงใจ
พ่อ : “ครับ ผมเพิ่งพาลูกกลับมาจากโรงพยาบาล ดวงตาทั้งสองของลูกผมไม่เห็นมากว่า20 ปี
วันนี้ลูกผมเพิ่งหาย ตาเค้ากลับมามองเห็นอีกครั้ง”
วันนี้ลูกผมเพิ่งหาย ตาเค้ากลับมามองเห็นอีกครั้ง”
....................................................
เวลานี้ผู้โดยสารทั้งคัน เข้าใจแล้วในเหตุผลว่า ทำไมน้องจึงรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นและไม่รู้สึกโกรธหรือรำคาญในสิ่งที่เค้าได้ถามมาตลอดทาง
เรื่องนี้ได้สอนอะไรดี ๆ กับผม เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้ว จะคิดนำไปก่อน คิดแต่เรื่องไม่ดี ไม่ได้เอาใจอยู่กับปัจจุบันและเหตุผลที่มันควรจะเป็น
แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ผิดนะครับ เพราะทุกคนมีสิทธิ์จะคิด แต่ถ้าเรามองดูให้ดี ๆ
ถ้าการคิดลบแล้ว มันทำให้เรามีแต่จะทุกข์ เราก็ควรปล่อยมันเสียบ้าง
Let
it be (ปล่อยให้มันเป็นไปของมัน)
นอกจากนี้ เราก็ไม่ควรทิ้งหลักสำคัญที่เราควรยึด ดั่งภาษาโบราณที่บอกว่า “เชื่อหู ไว้หู”
วางใจให้เป็นกลางๆ พิจารณาตามสิ่งแวดล้อมและเหตุผล
ประคับประคองสิ่งดี ๆ ที่เรามี ให้เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน
สุดท้ายเชื่อว่าชีวิตของคุณจะสุขได้ ด้วยตัวของคุณเอง
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ
“อย่าตัดสินเฉพาะแต่สิ่งที่เห็น เพราะเราไม่ทราบว่าเค้าผ่านอะไรมาบ้าง”
![]() |
| www.pixabay.com |
เรียบเรียง By นายริตะ #2582เรื่องที่ซึ่งเรารู้สึกดี
ขอบคุณภาพ จาก พันทิป และ pixabay
ขอบคุณภาพ จาก พันทิป และ pixabay




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น