ทิ้ง(ขยะ)ในใจ....สงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่เคยลืม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรียบเรียง โดย นายริตะ
จากหนังสือ คุณในอนาคตต้องขอบคุณตัวเองที่สู้อดทนในวันนี้
เพจ #2582เรื่องที่ซึ่งเรารู้สึกดี
ถ้าเปรียบขยะทั้งหลาย เหมือน ความโกรธ ความเคียดแค้น การจับผิด จากการไม่ให้อภัย เมื่อใดก็ตามที่เรานึกถึงสิ่งเหล่านี้บ่อยๆ ก็เกิดการสะสมสิ่งเน่า ๆ ไว้กับตัวเอง เดินไปไหนก็ส่งกลิ่นเหม็นตามไปด้วย ใบหน้าบิดหน้าเบี้ยว เต็มไปด้วยความเครียด นานเข้า ๆ ใจก็จะคุกรุ่นรุ่มร้อนไปด้วยความทุกข์
ซึ่งเมื่อเราสะสมมันเข้าแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับการสะสมขยะในใจ
ซึ่งเมื่อเราสะสมมันเข้าแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับการสะสมขยะในใจ
ผมได้ข้อคิดเรื่องนี้จากหนังสือ “คุณในอนาคตต้องขอบคุณตัวเองที่สู้อดทนในวันนี้”
ซึ่งมีเรื่องหนึ่งได้เขียนไว้ดังนี้
ซึ่งมีเรื่องหนึ่งได้เขียนไว้ดังนี้
ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีทหารกองหนึ่งต้องฝ่าเข้าไปรบกับข้าศึก ในยามคับขัน เป็นความโชคร้ายของทหารสองนาย ที่ต้องพลัดหลงไปในป่าลึกที่มีโอกาสรอดแทบเป็นศูนย์
ทหารทั้งสองต่างช่วยกันฝ่าอันตรายต่าง ๆ อย่างยากลำบาก จนแทบจะตายเพราะการขาดอาหาร
แต่โชคดีที่เมื่อผ่านไป 10 วัน ทั้งสองได้ล่อยิงกวางตัวหนึ่งได้สำเร็จ ทำให้พวกเขาดีใจมาก ที่จะไม่ต้องอดอาหารแล้ว
ทหารทั้งสองต่างช่วยกันฝ่าอันตรายต่าง ๆ อย่างยากลำบาก จนแทบจะตายเพราะการขาดอาหาร
แต่โชคดีที่เมื่อผ่านไป 10 วัน ทั้งสองได้ล่อยิงกวางตัวหนึ่งได้สำเร็จ ทำให้พวกเขาดีใจมาก ที่จะไม่ต้องอดอาหารแล้ว
แต่ขณะกำลังดีใจกันอยู่นั้น พวกเขาก็ต้องเจอพวกข้าศึก จึงได้เกิดการปะทะกันอีกครั้ง ทั้งสองได้หลบหลีกข้าศึกจนสถานการณ์เริ่มดีขึ้น พวกเขารอดพ้นจากฝ่ายตรงข้ามได้
แต่แล้ว...เสียงปืนก็ดังขึ้น ปัง!!! พลทหารที่อยู่ด้านหน้าได้ล้มฟุบลง เพราะถูกยิงที่หัวไหล่เลือดกระจาย เพื่อนทหารรีบวิ่งเข้าไปประคอง แล้วรีบทำแผลให้ แต่ความหวังที่เขาจะมีชีวิตรอดก็เลือนลางลงไปทุกที ในขณะที่เพื่อนทหารก็ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงแม่ที่กำลังป่วยของตน
แต่แล้ว...เสียงปืนก็ดังขึ้น ปัง!!! พลทหารที่อยู่ด้านหน้าได้ล้มฟุบลง เพราะถูกยิงที่หัวไหล่เลือดกระจาย เพื่อนทหารรีบวิ่งเข้าไปประคอง แล้วรีบทำแผลให้ แต่ความหวังที่เขาจะมีชีวิตรอดก็เลือนลางลงไปทุกที ในขณะที่เพื่อนทหารก็ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงแม่ที่กำลังป่วยของตน
หลังจากนั้นไม่นาน กองกำลังที่เหลือได้ออกตามหาทั้งสองจนพบ เค้าทั้งคู่จึงรอดจากสถานการณ์อันโหดร้ายดังกล่าวมาได้ แต่น่าเสียดายที่พลทหารคนหนึ่งต้องสูญเสียมารดา ในขณะปฏิบัติงานอยู่นั้นเอง
30 ปีผ่านไป แอนเดอร์สัน คือชื่อจริงของพลทหารที่ถูกยิงในขณะนั้น ได้ออกมากล่าวความในใจที่น่าตกตะลึงว่า
“ ผมรู้ว่าคนที่ยิงผมคือใคร เขาก็คือเพื่อนทหารของผมนั่นเอง ตอนเขามากอดผม ผมรู้สึกได้เลยว่ากระบอกปืนของเขาร้อน แต่ตอนนั้นผมยกโทษให้เขา เพียงคิดว่าเขาคงอยากจะทานเนื้อกวางตัวนั้น เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป และจะกลับไปดูแลแม่ของเขาได้ ตั้งแต่นั้นมาผมแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่พูดถึงมันอีกเลย จนวันที่ผมและเขาได้ทำการเคารพศพแม่ของเขา เขาได้คุกเข่าลงขอโทษในสิ่งที่ทำไป ผมยกโทษให้เค้า และเราก็เป็นเพื่อนกันต่อไป ”
การให้อภัย ไม่ใช่แค่เพียงการยกโทษ หรือการไม่โกรธเคืองในความผิดของคนอื่นเท่านั้น แต่มันคือการปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึก ความเคียดแค้น ความกลัดกลุ้มใจของตนเองให้จางหายไป เปิดโอกาสให้ใจได้เซ็ตซีโร่ และได้เปิดรับสิ่งใหม่ เข้ามาในชีวิต โดยอาศัยการประนีประนอมและพบกันครึ่งทาง ซึ่งเชื่อว่าหากเราให้อภัยได้ ใจเราจะได้รับแต่ความสุข นับแต่วินาทีที่เราได้ให้อภัยไปแล้ว
กลิ่นหอมของดอกไวโอเล็ต ยังคงติดอยู่บนกีบเท้าของม้า แม้ว่าม้าจะทำร้ายมัน
โดยเหยียบมันจนแบนก็ตาม นี้คือการให้อภัย : มาร์ค ทเวน กล่าว
โดยเหยียบมันจนแบนก็ตาม นี้คือการให้อภัย : มาร์ค ทเวน กล่าว
เรามาลองฝึกที่จะให้อภัยกันดูครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ✌✌✌
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรียบเรียง โดย นายริตะ
จากหนังสือ คุณในอนาคตต้องขอบคุณตัวเองที่สู้อดทนในวันนี้
เพจ #2582เรื่องที่ซึ่งเรารู้สึกดี
ขอขอบคุณภาพจาก www.pixabay.com








ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น